7 คำถามที่ควรถามพนักงานก่อนเลือกซื้อกีตาร์โปร่งตัวแรก

คนส่วนใหญ่เดินเข้าร้านกีตาร์ครั้งแรกแล้วถามคำถามเดียวกัน คือ “ซื้อตัวไหนดีนะ” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุด และนี้คือคำถามอีก 7 คำถามที่อาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น 

คำถาม 7 ข้อข้างล่างเป็นคำถามที่ทีมงานหน้าร้านของ Music Collection เจอบ่อยที่สุดจากผู้ซื้อมือใหม่ ถามครบทั้งเจ็ดข้อ คุณจะรู้ว่ากีตาร์ตัวตรงหน้าเหมาะกับคุณจริง ๆ หรือไม่

คำถาม
1 ไม้หน้าเป็นไม้แท้หรือไม้อัด
2 กีตาร์ตัวนี้ผลิตที่ไหน
3 รับประกันครอบอะไรบ้าง
4 เซ็ตอัพมาหรือยัง
5 การเก็บต้องดูแลยังไง
6 งบที่ต้องกันนอกจากค่ากีตาร์
7 ถ้าเล่นแล้วยังไม่ชอบ

 

1. ไม้หน้าเป็นไม้แท้หรือไม้อัด

ไม้หน้าคือแผ่นไม้ด้านหน้าของกีตาร์ และเป็นส่วนที่กำหนดเสียงมากที่สุด ไม้แท้ (solid top) คือไม้แผ่นเดียวเต็ม ส่วนไม้อัด (laminate) คือไม้บาง ๆ อัดซ้อนกัน

ไม้แท้จะเปิดเสียงขึ้นเมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ เสียงจะกังวานขึ้นและมีมิติมากขึ้นตามอายุการใช้งาน ส่วนไม้อัดเสียงจะเท่าเดิมไปตลอด แต่ก็ทนความชื้นได้ดีกว่าและราคาถูกกว่า

คำตอบที่ควรได้ยิน พนักงานตอบได้ทันทีว่าตัวไหนไม้แท้หน้าเดียว ตัวไหนแท้ทั้งตัว (all solid) และตัวไหนอัด พร้อมบอกชนิดไม้ด้วย เช่น สปรูส มะฮอกนี หรือ โรสวูด

สัญญาณที่ควรเดินออก คำตอบว่า “ไม้ดีทั้งนั้นแหละ” โดยไม่ระบุชนิดไม้ หรือเลี่ยงตอบว่าแท้หรืออัด

ที่ Music Collection และ Guitar Room กีต้าร์โปร่ง martin และกีต้าร์ taylor ทุกตัวระบุชนิดไม้ไว้บนหน้าสินค้าตามข้อมูลจากโรงงาน เพราะเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของทั้งสองแบรนด์ในไทย

 

2. กีตาร์ตัวนี้ผลิตจากที่ไหน

กีตาร์รุ่นเดียวกันนำเข้ามาที่ไทยได้หลายทาง ทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทางหิ้วเข้ามาเอง หรือสั่งออนไลน์จากต่างประเทศ ตัวกีตาร์อาจเหมือนกันหมด แต่สิทธิที่ติดมากับตัวกีตาร์ไม่เหมือนกัน

กีตาร์ที่เข้ามาทางตัวแทนจำหน่ายจะมีเอกสารรับประกันที่เคลมได้ในไทย ส่วนกีตาร์หิ้วหรือสั่งต่างประเทศมักจะเคลมกับศูนย์ไทยไม่ได้ ต้องส่งกลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งค่าส่งมักแพงกว่าส่วนต่างที่จะซ่อม และตัวแทนจำหน่ายจะไม่รับบริการหลังการขายสำหรับกีตาร์ที่ไม่ได้นำเข้ามาอย่างเป็นทางการ

คำตอบที่ควรได้ยิน ร้านบอกได้ชัดว่าเป็นสินค้าที่นำเข้าโดยตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมใบรับประกันหรือเอกสารที่ระบุชื่อร้าน

สัญญาณที่ควรเดินออก คำตอบว่า “ของแท้แน่นอน และราคาขายถูกกว่าที่ตัวแทนจำหน่าย” แต่ไม่มีเอกสารอะไรยืนยัน หรือบอกว่าเคลมที่ร้านได้เหมือนกันโดยไม่แยกว่าเคลมกับใคร

 

3. รับประกันครอบอะไรบ้าง นานแค่ไหน และเคลมที่ไหน

คำว่า “มีประกัน” เพียงอย่างเดียวบอกอะไรไม่ได้เลย สิ่งที่ต้องรู้จริง ๆ มีสามข้อ คือ ครอบคลุมอะไรบ้าง ระยะเวลาเท่าไหร่ และเอาไปเคลมที่ไหน

สิ่งที่มักเข้าใจผิดคือประกันครอบคลุมทุกอย่าง ตามมาตรฐานสากล ประกันกีตาร์ครอบครุมความบกพร่องจากโรงงานเท่านั้น อาการที่ไม่ครอบคลุม เช่น คอโกง  ไบดิ้งหลุด หรือบริดด์อ้า ไม้หน้าบวม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการผลิต แต่เกิดจากความชื้นที่ลูกค้าไม่ได้ดูแลรักษาในวิธีที่ถูกต้อง 

คำตอบที่ควรได้ยิน ระยะเวลาที่ชัดเจน สิ่งที่ครอบคลุมและสิ่งไม่ครอบคลุม และสถานที่ที่ส่งเคลม พร้อมเอกสารที่ต้องเก็บไว้

สัญญาณที่ควรเดินออก ตอบไม่ได้ว่าเคลมที่ไหน หรือบอกให้เก็บใบเสร็จไว้เฉย ๆ โดยไม่อธิบายเงื่อนไข

  • เงื่อนไขรับประกันของ Martin และ Taylor ในไทย หากเป็นภาคไฟฟ้า จะมีอายุรับประกัน 6 เดือน และความบกพร่องที่เกิดจากการผลิตจากโรงงาน จะมีอายุรับประกัน 6 เดือน
  • ระยะเวลา คุ้มครองเป็นเวลา 6 เดือน
  • สถานที่เคลม – สาขาที่ทางลูกค้าซื้อสินค้า หรือที่ Guitar Room และ Music Collection ทุกสาขา

 

4. กีตาร์ตัวนี้เซ็ตอัพมาหรือยัง และปรับให้ได้ไหม

กีตาร์ตัวเดียวกันเล่นยากง่ายต่าง ขึ้นอยู่กับการเซ็ตอัพ (setup) ความสูงของสายจากเฟร็ต หรือที่เรียกว่า action รวมถึงคอกีตาร์ หย่องสาย และร่องนัต

มือใหม่มักเข้าใจว่าตัวเองกดสายไม่ลงเพราะมือไม่มีแรง แต่ส่วนใหญ่เกิดจาก action สูงเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่างปรับได้

คำตอบที่ควรได้ยิน ร้านตอบได้ว่าตัวนี้ผ่านการเซ็ตอัพมาแล้วหรือยัง และปรับให้ได้ถ้าเล่นแล้วไม่ถนัดมือ ร้านที่มีช่างประจำตอบเรื่องนี้ได้ทันที

สัญญาณที่ควรเดินออก ไม่มีใครตอบเรื่องเซ็ตอัพได้ หรือบอกว่าต้องเอาไปร้านอื่นปรับเอาเอง

  • เป็นบริการมาตรฐานและไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆในการเซ็ตอัพตามมาตรฐาน
  • ทุกสาขามีพนักงานขายที่ได้รับการอบรมในการเซ็ตอัพตามมาตรฐาน

 

5. การเก็บกีตาร์ต้องดูแลยังไง

ประเทศไทยมีความชื้นกว่าประเทศที่กีตาร์เหล่านี้ถูกผลิตขึ้นมาก ไม้จะขยายตัวเมื่อชื้นและหดตัวเมื่อแห้ง ถ้าสลับไปมาเร็ว ๆ คออาจโก่ง รอยต่ออาจแยก หรือมีเสียงไม่พึงประสงค์

สิ่งที่มีผลทำให้กีตาร์มีปัญหาได้มากที่สุดในไทยคือความชื้นสูง เพราะฉะนั้นการเก็บรักษาที่ถูกต้อง จะเป็นวิธีการป้องกันปัญหาได้ดีที่สุด วิธีการควบคุมความชื้นให้อยู่ในระดับทีเหมาะสมคือ การเก็บรักษากีตาร์ในเคส หรือ กระเป๋ากีตาร์ และมีตัวควบคุมความชื้น เช่นถุงดูดความชื้น และ ตัววัดความชื้นในเคสกีตาร์ หรือ กระเป๋าที่เก็บกีตาร์ ซึ่งทางร้านมีจำหน่ายอุปกรณ์ควบคลุมความชื้นไว้บริการลูกค้า

คำตอบที่ควรได้ยิน ช่วงความชื้นที่แนะนำเป็นตัวเลข อุปกรณ์ที่ต้องใช้ และจุดที่ควรเลี่ยงเก็บในบ้าน

 

6. นอกจากค่ากีตาร์ ต้องกันงบไว้อีกเท่าไหร่

คนซื้อกีตาร์ตัวแรกมักกันงบไว้เท่ากับราคาตัวกีตาร์พอดี แล้วเจอว่ายังต้องจ่ายเพิ่มอีกหลายโดยไม่ได้วางแผนไว้ ถามรายการนี้ตั้งแต่อยู่หน้าร้าน

  • กระเป๋า:  หรือ Hard Case ที่แถมมากับตัวกีตาร์อาจไม่สะดวกสำหรับการพกพาไปสถานที่ต่างบ่อย ๆ
  • สายกีตาร์สำรอง: มือใหม่มักทำสายขาดในเดือนแรก
  • ที่ตั้งสายแบบคลิปหนีบ
  • คาโป 
  • อุปกรณ์ควบคุมความชื้น  และอุปกรณ์วัดความชื้น

คำตอบที่ควรได้ยิน รายการที่ต้องมีจริง ๆ กับรายการที่ค่อยซื้อทีหลังก็ได้ แยกออกจากกัน

สัญญาณที่ควรเดินออก กีตาร์ไม่ต้องดูแลรักษาอะไรให้ยุ่งยาก แค่อย่าให้โดนน้ำเท่านั้น ซึงความเป็นจริง กีตาร์ต้องควรเก็บไว้ในกระเป๋ากีตาร์ หรือ เคสกีตาร์ ตลอดเวลา 

  • ช่วงงบอุปกรณ์ที่แนะนำสำหรับมือใหม่ เช่น 
    • ค่าคาโป  300 – 3000 บาท
    • ปิ๊กกีตาร์ 20-40 บาท
    • สายกีตาร์  200 บาท
  • รายการที่แถมมากับกีตาร์
    • กระเป๋ากีตาร์ Hard case หรือ Soft case

7. ถ้าเล่นไปสักพักแล้วรู้สึกไม่ใช่ ร้านดูแลต่ออย่างไร

นี่คือคำถามที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าถาม แต่มันวัดความต่างระหว่างร้านที่ขายจบแล้วจบกัน กับร้านที่อยู่กับคุณไปอีกหลายปี

กีตาร์ตัวแรกของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่ตัวสุดท้าย อีกสองสามปีมักอยากขยับ ร้านที่ตอบเรื่องนี้ได้ชัดคือร้านที่คิดเรื่องการเลือกกีตาร์ตัวแรกที่ใช่ และทำให้กีตาร์อยู่กับคุณยาวกว่าการขายครั้งเดียว

คำตอบที่ควรได้ยิน ร้านอธิบายได้ว่ามีอะไรบ้างหลังการขาย เช่น การตรวจเช็คสภาพ การซ่อม หรือการเปลี่ยนรุ่น

สัญญาณที่ควรเดินออก คุยเรื่องจบที่ปิดการขาย หรือเลี่ยงตอบเรื่องบริการหลังการขาย

  • ทางร้านมีอะไหล่มาตรฐานจากโรงงาน และ ให้ข้อแนะนำและวิธีการแก้ไขปัญหา
  • ทางร้านไม่มีนโยบายการแลกเปลี่ยน หรือ เทรินกีตาร์

Other interesting Music Facts

เช็ค 5 สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่กีตาร์ Martin ของคุณเริ่มมีปัญหาและต้องส่งช่างดูแล?

กีตาร์ Martin ที่เริ่มมีปัญหาจะส่งสัญญาณ 5 อย่าง คือ สายสูงขึ้นจนกดเจ็บนิ้ว · หน้าไม้โป่งหรือยุบ · สะพานสายเริ่มยกตัว · ปลายเฟร็ตคมบาดมือหรือมีเสียงบัซที่เพิ่งเกิด · และรอยแตกบนไม้

Read More »

ช่างต้องตรวจสอบและเซ็ตอัปอะไรบ้าง ก่อนส่งมอบกีตาร์โปร่งถึงมือคุณ?

ก่อนกีตาร์โปร่งหนึ่งตัวจะถึงมือผู้ซื้อ ช่างต้องตรวจและปรับตั้งอย่างน้อย 5 ขั้น ได้แก่ ตรวจรับและยืนยันว่าเป็นของแท้ตรงรุ่น ตรวจสภาพ ปรับคอและระยะสายให้เล่นได้จริง ตรวจระบบไฟฟ้าในรุ่นที่มีปิ๊กอัพ

Read More »

เราจะรู้ได้ยังไงว่ากีตาร์ Martin และ Taylor ที่ซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่เชื่อถือได้ | Music Collection และ Guitar Room

Music Collection และ Guitar Room เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของทั้ง กีตาร์ Martin และ กีตาร์ Taylor ในประเทศไทย ชื่อร้านตรวจสอบได้จากรายชื่อตัวแทนจำหน่ายบนเว็บไซต์ของแบรนด์เอง

Read More »