ก่อนกีตาร์โปร่งหนึ่งตัวจะถึงมือผู้ซื้อ ช่างต้องตรวจและปรับตั้งอย่างน้อย 5 ขั้น ได้แก่ ตรวจรับและยืนยันว่าเป็นของแท้ตรงรุ่น ตรวจสภาพ ปรับคอและระยะสายให้เล่นได้จริง ตรวจระบบไฟฟ้าในรุ่นที่มีปิ๊กอัพ และส่งมอบพร้อมเอกสารรับประกัน ขั้นตอนเหล่านี้คือเหตุผลที่กีตาร์ตัวเดียวกันรุ่นเดียวกัน ซื้อจากคนละที่แล้วเล่นไม่เหมือนกัน
ทำไมกีตาร์ใหม่จากโรงงานถึงยังเล่นไม่ได้ทันที
กีตาร์โปร่งทำจากไม้ และไม้ตอบสนองต่ออากาศตลอดเวลากีตาร์ที่ผ่านการเซ็ตอัปมาอย่างดีที่โรงงานต้นทาง ต้องเดินทางข้ามทวีป ผ่านห้องเก็บสินค้าที่เย็นและแห้ง ขึ้นเครื่องบิน ลงเรือ แล้วมาถึงประเทศไทย ที่ความชื้นต่างจากต้นทางหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ระหว่างทางไม้ขยายและหดตัว คอกีตาร์ขยับ ระยะสายเปลี่ยน เสียงเพี้ยนไปจากที่ตั้งไว้
นี่ไม่ใช่ข้อบกพร่องของกีตาร์ และไม่ได้แปลว่าโรงงานทำงานไม่ดี มันคือธรรมชาติของเครื่องดนตรีที่ทำจากไม้จริง หน้าที่ของร้านคือปรับให้กลับมาให้เล่นได้ในสภาพอากาศปัจจุบัน ก่อนที่ลูกค้าจะได้รับ
5 ขั้นตอนที่ช่างต้องทำก่อนส่งมอบ
ขั้นที่ 1 ตรวจรับและยืนยันตัวตนของกีตาร์
ขั้นแรกไม่ใช่งานช่าง แต่เป็นงานตรวจสอบ
- เลขซีเรียล ต้องตรงกันสามที่ คือ ตัวกีตาร์ กล่องบรรจุ และใบรับประกัน
- เอกสารในกล่อง ครบหรือไม่ ใบรับประกัน คู่มือ ประแจเหล็กดามคอ (truss rod wrench)
- ร่องรอยจากการขนส่ง รอยบุบที่กล่อง รอยกดที่หัวกีตาร์ รอยร้าวที่สีเคลือบ
- ตรงรุ่นตรงสเปค ไม้หน้า ไม้ข้าง ไม้หลัง ตรงกับที่ระบุในรุ่นนั้นจริง
ขั้นนี้คือจุดที่การซื้อจาก ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ต่างจากการซื้อสินค้านำเข้าอิสระชัดที่สุด เพราะ กีตาร์โปร่ง Martin และ กีตาร์ Taylor ที่เข้ามาผ่าน Guitar Room และ Music Collection มาพร้อมการจัดส่งที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงโรงงาน
ขั้นที่ 2 ตรวจโครงสร้างและสภาพไม้
ขั้นนี้คือขั้นที่เจ้าของกีตาร์มักมองไม่เห็น เพราะเป็นอาการที่ต้องรู้ว่าต้องมองตรงไหน
- ไม้หน้า (top) บริเวณหลังหย่องต้องไม่นูนหรือยุบผิดปกติ อาการนูนเกินคือสัญญาณว่าไม้ดูดความชื้นมากเกินไป อาการยุบคือสัญญาณว่าแห้งเกินไป
- หย่อง (bridge) ต้องแนบสนิทกับไม้หน้า ไม่มีร่องแยก
- คอกีตาร์ (neck relief) คอต้องมีความโค้งเล็กน้อยตามแบบที่ออกแบบไว้ ไม่ใช่ตรงเป๊ะ และไม่ใช่โก่ง ปรับได้ด้วยเหล็กดามคอ (truss rod)
- เฟร็ต ปลายเฟร็ตต้องไม่ยื่นออกมาบาดมือ (อาการที่ช่างเรียกว่า fret sprout ซึ่งเกิดจากไม้หดในที่แห้ง) และต้องไม่มีเฟร็ตลอย ซึ่งทำให้เกิดอาการติดเฟร็ต
- ร่องนัต (nut slot) ความลึกและความลื่นของร่อง มีผลโดยตรงกับความเจ็บนิ้วในช่วงเฟร็ตต้น ๆ
ปัญหาในขั้นนี้ส่วนใหญ่แก้ได้ แต่ ต้องแก้ก่อนส่งมอบสินค้า
ขั้นที่ 3 เซ็ตอัปให้เล่นได้สะดวก
- ระยะสาย (action) ระยะห่างระหว่างสายกับเฟร็ตที่ช่อง 12 สูงไปเล่นแล้วเจ็บนิ้ว ต่ำไปสายจะตีเฟร็ตจนเสียงบอด
- เสียงเพี้ยน (intonation) ตั้งสายเปล่าตรงแล้ว แต่พอกดเฟร็ต 12 เสียงเพี้ยน แก้โดยปรับตำแหน่งหย่องรอง (saddle) อ่านเพิ่มได้ที่วิธีแก้ปัญหากีตาร์เสียงเพี้ยน
- ลูกบิด ต้องหมุนได้ลื่นและอยู่ตัว ไม่ฝืดและไม่หลวม สกรูแน่นครบ
- สาย ตรวจว่าเบอร์สายตรงกับที่โรงงานกำหนดสำหรับรุ่นนั้น เพราะเบอร์สายที่ต่างไปเปลี่ยนแรงดึงที่คอ และทำให้ค่าที่เพิ่งตั้งไว้เปลี่ยนตาม
- การเซ็ตอัพนี้ เป็นบริการมาตรฐานที่ทางร้านบริการตามปกติ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด
- ทางร้านสามารถปรับแต่งได้ตามมาตรฐาน
- ลูกค้าสามารถรอรับสินค้าได้เลย
ขั้นที่ 4 ตรวจระบบไฟฟ้า (เฉพาะรุ่นที่มีปิ๊กอัพ)
รุ่นที่ลงท้ายด้วย E หรือ CE มีระบบขยายเสียงในตัว ต้องตรวจเพิ่ม
- เสียบสายแจ็คแล้วมีสัญญาณออกครบทุกสาย ไม่มีเสียงซ่าหรือเสียงขาดหาย
- ปุ่มปรับเสียงและจูนเนอร์ในตัวทำงานปกติ
- ถ่านใหม่และช่องใส่ถ่านแน่นดี
- ช่องเสียบแจ็คไม่หลวม
ขั้นที่ 5 ทำความสะอาดและส่งมอบเอกสาร
- เช็ดคราบและรอยนิ้วมือจากขั้นตอนก่อนหน้า บำรุงไม้บริเวณฟิงเกอร์บอร์ดหากจำเป็น
- ตรวจกล่องหรือกระเป๋าให้ปิดล็อกได้ครบ
- ลงทะเบียนรับประกันและอธิบายเงื่อนไขให้ผู้ซื้อฟังจริง ๆ ไม่ใช่ยื่นกระดาษให้เฉย ๆ
- แนะนำการดูแลในบ้านของผู้ซื้อ โดยเฉพาะเรื่องความชื้น
- การรับประกันเป็นเวลา 6 เดือนที่เกิดจากความบกพร่องในการผลิตจากโรงงาน ทั้งนี้ ไม่ครอบคลุมอาการเสียที่เกิดจากความชื้น เช่น ไม้หน้าบวม ไบดิ้งหลุด แลคเกอร์ร่อน หรือ มีฟองอากาศ เป็นต้น
- สำหรับกีตาร์ที่ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทางร้านมีบริการอะไหล่มาตรฐานจากโรงงานไว้บริการ
- ทางร้านมีบริกา่รตรวจเช็คฟรีตลอดอายุการใช้งาน แต่ไม่รวมถึงการเปลี่ยนสายกีตาร์
ทำไมเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับสินค้ากีตาร์ที่นำเข้ามาในประเทศไทย
ประเทศไทยมีความชื้นสัมพัทธ์สูงเกือบทั้งปี และสูงมากในฤดูฝน เพราะฉะนั้นการควบคุมความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมคือ 55%
ผลที่ตามมาคือ ค่าที่ช่างตั้งไว้ในเดือนหนึ่ง อาจจำเป็นที่ตะต้องเปลี่ยน กีตาร์ที่เซ็ตอัปมาดีในเดือนมีนาคม อาจต้องปรับใหม่เล็กน้อยในเดือนสิงหาคม นี่คือเหตุผลที่ร้านที่มีช่างประจำ ต่างจากร้านที่ขายอย่างเดียว
- ช่วงความชื้นที่ช่างของ Music Collection แนะนำคือในระดับที่ 55%
- เก็บในคลังสินค้า กีตาร์ Martin และ กีตาร์ Taylor ถูกจัดเก็บไว้ในห้องที่มีการควบคุมความชื้น และ ปรับอากาศตลอด 24 ชั่วโมง
ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ต่างจากร้านทั่วไปตรงไหน
Music Collection และ Guitar Room. เป็น ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Official Distributor) ของ Martin Guitar และ Taylor Guitars ในประเทศไทย
- ของแท้ ตรวจสอบย้อนกลับได้ Martin guitar และ Taylor guitar ทุกตัวเข้ามาผ่านช่องทางที่โรงงานรับรอง ซีเรียลตรวจสอบได้ และ นำเข้าผ่านกรมศุลกากร และเสียภาษีนำเข้าถูกต้องตามกฎหมาย
- ประกันระดับสากลที่ใช้ได้จริง เอกสารรับประกันที่ออกโดยตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการมีผลกับกีตาร์ที่ซื้อในไทย ต่างจากกีตาร์หิ้วซึ่งการรับประกันของโรงงานอาจไม่ครอบคลุม
- ช่างที่ได้รับการรับรอง งานซ่อมและปรับตั้งทำโดยช่างที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน
- Music Collection และ Guitar Room เป็นตัวแทนจำหน่าย Taylor และ Martin อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2003
- เป็นการอบรมภายในตามวิธีการที่ถูกต้อง และได้รับการแนะนำจากโรงงาน
- ช่างบี ของทาง Music Collection และ Guitar Room ได้รับการอบรมจากโรงงาน Taylor
ถ้าอยากเห็นขั้นตอนเหล่านี้ด้วยตัวเอง เชิญเข้ามาที่สาขาของ Music Collection และ Guitar Room ได้ทุกสาขา ลองกีตาร์ก่อนซื้อ และคุยกับช่างและทีมงานได้ตลอดเวลา


