Music Collection เรามีแบรนด์กีตาร์ไฟฟ้า Electric guitar ให้เลือกครบรุ่นมากที่สุด โดยจุดเด่นของเราจะเป็นแบรนด์กีตาร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การเล่น อาทิ PRS Paul Reed Smith, ESP Guitars, LTD Guitars G&L Guitar, Jet Guitar และ Spira Guitars ซึ่งเป็นแบรนด์ทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นผึกไปจนถึงมืออาชีพ โดยกีตาร์ไฟฟ้าที่ทาง Music Collection คัดเลือกมาจะเน้นที่สัมผัส Touching ที่เป็นเอกลักษณ์และให้เนื้อเสียงที่เด่นชัด อีกทั้งที่ราคาเริ่มต้นที่จับต้องได้ไปจนถึงรุ่น custom สำหรับมืออาชีพ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาทดลองสินค้า สัมผัสประสบการณ์เสียงกีตาร์ไฟฟ้าได้ที่ Music Collection ทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศหรือสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ โดยทาง Music Collection พร้อมจัดส่งสินค้าถึงบ้านคุณ
฿60,200.00 – ฿63,000.00Price range: ฿60,200.00 through ฿63,000.00
฿56,000.00 – ฿60,200.00Price range: ฿56,000.00 through ฿60,200.00
฿18,000.00 Original price was: ฿18,000.00.฿14,400.00Current price is: ฿14,400.00.
ที่ Music Collection เราเข้าใจว่ากีตาร์ตัวแรกสำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มต้น รุ่นที่เราคัดเลือกมาแนะนำนี้คือรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนเว็บไซต์ของเรา ทั้งในแง่ของสเปกที่คุ้มราคาและความนิยมในคอมมูนิตี้นักดนตรีครับ
ที่ Music Collection เราเชื่อว่าการดูแลรักษา กีตาร์ไฟฟ้า อย่างถูกวิธี ไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังช่วยรักษา “โทนเสียง” และ “สัมผัสการเล่น” (Playability) ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ โดยมีขั้นตอนหลักที่แนะนำดังนี้ครับ:
1.ทำความสะอาดหลังเล่นทุกครั้ง (Daily Care): เช็ดสาย เช็ดบอดี้และคอ
2.ดูแลภาควงจรและอะไหล่โลหะ (Electronics & Hardware):เช็กระบบไฟ ป้องกันสนิม
3.ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ (Environment Control)
4.บริการ Professional Setup จากช่างผู้เชี่ยวชาญ
5.เราแนะนำให้ทำ Full Setup อย่างน้อยทุก 6 เดือน เพื่อปรับความสูงของสาย (Action), ความโค้งของคอ (Truss Rod) และการตั้งค่า Intonation ให้ตรงเสมอ
แม้กีตาร์ทั้งสองระดับราคาจะสามารถส่งเสียงผ่านแอมป์ได้เหมือนกัน แต่ความต่าง 27,000 บาทนั้น คือการลงทุนใน 3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อ “การพัฒนาฝีมือ” และ “ความสุขในการเล่น” ของคุณครับ
1.สัมผัสการเล่น (Playability): กีตาร์ราคาสูงอย่าง PRS SE Series จะมีการเก็บงานเฟร็ตที่ละเอียดและ Setup ระยะสาย (Touching) มาอย่างประณีต ทำให้กดสายง่าย นุ่มมือ และไม่เจ็บนิ้ว ช่วยให้มือใหม่ฝึกได้นานขึ้นและไม่ท้อเร็วครับ
2.คุณภาพของระบบเสียง (Electronics & Tone): กีตาร์ราคา 30,000 ใช้ปิ๊กอัพเกรดพรีเมียม (เช่น Alnico) ให้เสียงที่ใส เคลียร์ และตอบสนองต่อน้ำหนักมือได้ละเอียดกว่า ส่วนกีตาร์รุ่นประหยัดมักมีเสียงที่แบนและมีสัญญาณรบกวน (Noise) มากกว่าเมื่อเปิดเสียงแตก
3.ความเสถียรและวัสดุ (Stability & Materials): กีตาร์ราคาสูงใช้อะไหล่โลหะที่แข็งแรง ทำให้สายเพี้ยนยากมากครับ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีงบจำกัด JET Guitars ในราคาเริ่มต้นก็ถือว่าคุ้มค่ามากเพราะให้คอไม้ Roasted Maple ซึ่งช่วยเรื่องความทนทานและสัมผัสการเล่นที่ลื่นไหลเกินราคาไปมาก
ราคาที่ต่างกันคือการซื้อ “ความง่ายในการฝึกซ้อม” และ “คุณภาพเสียงที่สมจริง” ซึ่งจะช่วยให้คุณเก่งขึ้นได้เร็วกว่านั่นเองครับ