Product

กีตาร์ไฟฟ้า

Product Category

โปรโมชั่น
Promotion GUITARS
แบรนด์
Brand Archive Guitar

ราคา

Price Filter - slider
40 บาท — 735,001 บาท

Price range: ฿112,000.00 through ฿119,000.00

Price range: ฿99,680.00 through ฿112,000.00

Price range: ฿76,000.00 through ฿79,000.00

ที่ Music Collection เราเข้าใจว่ากีตาร์ตัวแรกสำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มต้น รุ่นที่เราคัดเลือกมาแนะนำนี้คือรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนเว็บไซต์ของเรา ทั้งในแง่ของสเปกที่คุ้มราคาและความนิยมในคอมมูนิตี้นักดนตรีครับ

  • JET JS-400 HSS และ JT-300 SS
    • JS-400 HSS ให้ปิ๊กอัพที่เล่นได้ครอบคลุมทุกแนว และ JT-300 SS สำหรับสายคลาสสิก ทั้งคู่มาพร้อมคอไม้ Roasted Maple ที่ปกติจะอยู่ในกีตาร์ราคาหลักหมื่น ทำให้เล่นลื่นและคอแข็งแรงมากในราคาสบายกระเป๋า
  • PRS SE CE 24 และ CE 24 Standard Satin
    • สำหรับคนที่อยาก “เจ็บแต่จบ” ในงบหมื่นกลางถึงสองหมื่น รุ่น SE CE 24 คือคำตอบที่ชาว PRS Thailand แนะนำ เพราะได้คุณภาพงานประกอบระดับมืออาชีพ
  • PRS SE Silver Sky Maple
    • ให้โทนเสียงสะอาด (Clean Tone) ที่เป็นเอกลักษณ์และหาตัวจับยากในระดับราคานี้ ฟิงเกอร์บอร์ดไม้ Maple ให้เสียงที่พุ่งและชัดเจน เป็นกีตาร์ที่ถือไปไหนใครก็รู้จักและยอมรับในคุณภาพเสียง

ที่ Music Collection เราเชื่อว่าการดูแลรักษา กีตาร์ไฟฟ้า อย่างถูกวิธี ไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังช่วยรักษา “โทนเสียง” และ “สัมผัสการเล่น” (Playability) ให้สมบูรณ์อยู่เสมอ โดยมีขั้นตอนหลักที่แนะนำดังนี้ครับ:

 

1.ทำความสะอาดหลังเล่นทุกครั้ง (Daily Care): เช็ดสาย เช็ดบอดี้และคอ

2.ดูแลภาควงจรและอะไหล่โลหะ (Electronics & Hardware):เช็กระบบไฟ ป้องกันสนิม

3.ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ (Environment Control)

4.บริการ Professional Setup จากช่างผู้เชี่ยวชาญ

5.เราแนะนำให้ทำ Full Setup อย่างน้อยทุก 6 เดือน เพื่อปรับความสูงของสาย (Action), ความโค้งของคอ (Truss Rod) และการตั้งค่า Intonation ให้ตรงเสมอ

แม้กีตาร์ทั้งสองระดับราคาจะสามารถส่งเสียงผ่านแอมป์ได้เหมือนกัน แต่ความต่าง 27,000 บาทนั้น คือการลงทุนใน 3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อ “การพัฒนาฝีมือ” และ “ความสุขในการเล่น” ของคุณครับ

 

1.สัมผัสการเล่น (Playability): กีตาร์ราคาสูงอย่าง PRS SE Series จะมีการเก็บงานเฟร็ตที่ละเอียดและ Setup ระยะสาย (Touching) มาอย่างประณีต ทำให้กดสายง่าย นุ่มมือ และไม่เจ็บนิ้ว ช่วยให้มือใหม่ฝึกได้นานขึ้นและไม่ท้อเร็วครับ

2.คุณภาพของระบบเสียง (Electronics & Tone): กีตาร์ราคา 30,000 ใช้ปิ๊กอัพเกรดพรีเมียม (เช่น Alnico) ให้เสียงที่ใส เคลียร์ และตอบสนองต่อน้ำหนักมือได้ละเอียดกว่า ส่วนกีตาร์รุ่นประหยัดมักมีเสียงที่แบนและมีสัญญาณรบกวน (Noise) มากกว่าเมื่อเปิดเสียงแตก

3.ความเสถียรและวัสดุ (Stability & Materials): กีตาร์ราคาสูงใช้อะไหล่โลหะที่แข็งแรง ทำให้สายเพี้ยนยากมากครับ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีงบจำกัด JET Guitars ในราคาเริ่มต้นก็ถือว่าคุ้มค่ามากเพราะให้คอไม้ Roasted Maple ซึ่งช่วยเรื่องความทนทานและสัมผัสการเล่นที่ลื่นไหลเกินราคาไปมาก

ราคาที่ต่างกันคือการซื้อ “ความง่ายในการฝึกซ้อม” และ “คุณภาพเสียงที่สมจริง” ซึ่งจะช่วยให้คุณเก่งขึ้นได้เร็วกว่านั่นเองครับ