กีตาร์โปร่งแตกต่างจากกีตาร์ไฟฟ้าอย่างไร

กีตาร์เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่ทุกคนคุ้นเคย ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่อยากเริ่มเล่น หรือเป็นคนที่เคยผ่านการดีดคอร์ดง่าย ๆ กับเพื่อน ๆ มาก่อน คำถามหนึ่งที่มักเกิดขึ้นเสมอคือ “ควรเริ่มจากกีตาร์โปร่ง หรือกีตาร์ไฟฟ้าดี?” หลายคนมองว่าเครื่องดนตรี 2 ชนิดนี้คล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบมีความต่างกันทั้งในเรื่องโครงสร้าง เสียง ไลฟ์สไตล์การใช้งาน และความรู้สึกที่ได้จากการเล่น

1. โครงสร้างและวัสดุที่ต่างกัน

1.1 กีตาร์โปร่ง: ความเรียบง่ายที่มีเสน่ห์

กีตาร์โปร่ง รุ่น MARTIN CUSTOM CS-SC 2022

Image : กีตาร์โปร่ง Taylor

  • ลำตัวกีตาร์ (Body) ที่มีช่องว่าง เป็นเอกลักษณ์สำคัญของกีตาร์โปร่ง เสียงที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากไฟฟ้า แต่เกิดจากการสั่นสะเทือนของสายและการก้องสะท้อนในโพรงไม้ โทนเสียงเป็นธรรมชาติ เมื่อฟังแล้วอบอุ่น เหมาะกับการเล่นสดโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม
  • สายกีตาร์ที่แตกต่างกัน บางรุ่นใช้สายโลหะ ที่ให้เสียงใส ชัด และดัง ส่วนกีตาร์คลาสสิกจะใช้สายไนลอน ที่ให้เสียงนุ่มและเล่นง่ายกว่า จึงเป็นเหตุผลที่มือใหม่หลายคนเลือกกีตาร์คลาสสิกมาเริ่มต้นเพื่อลดความเจ็บนิ้ว
  • โครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน กีตาร์โปร่งเป็นเครื่องดนตรีที่ “หยิบมาเล่นได้เลย” ไม่ต้องมีแอมป์หรือเอฟเฟกต์ให้ยุ่งยาก เป็นเหตุผลว่าทำไมเรามักเห็นคนพกกีตาร์โปร่งไปทะเล แคมป์ไฟ หรือที่ไหนก็ตามที่อยากสร้างบรรยากาศแบบง่าย ๆ

1.2 กีตาร์ไฟฟ้า: ดีไซน์เพื่อพลังเสียง

Image : กีตาร์ไฟฟ้า รุ่น Epiphone Les Paul Standard 60s

Image : กีตาร์ไฟฟ้า PRS

  • ลำตัวตัน (Solid body) กีตาร์ไฟฟ้าไม่มีโพรงเสียงแบบกีตาร์โปร่ง จุดนี้ทำให้เสียงที่เกิดขึ้นแทบไม่ได้ดังจากตัวกีตาร์เอง แต่ต้องพึ่งพาปิ๊กอัพ ที่ติดอยู่บนตัวกีตาร์เพื่อรับแรงสั่นสะเทือนของสายและแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า
  • ความหลากหลายของปิ๊กอัพ เช่น Single-coil ที่ให้เสียงใสและชัด หรือ Humbucker ที่ให้เสียงหนาและพลังมากขึ้น สิ่งนี้ทำให้กีตาร์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นมีคาแรกเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป
  • ต้องมีอุปกรณ์เสริม เช่น แอมป์ เอฟเฟกต์ หรือหูฟังมอนิเตอร์ ถึงจะได้ยินเสียงที่เต็มจริง ๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนมองว่ากีตาร์ไฟฟ้า “ลงทุนสูงกว่า” แต่ขณะเดียวกันคุณจะสนุกกับการสร้างเสียงกีตาร์ในแบบของตัวเอง

2. ความต่างของเสียง

2.1 เสียงของกีตาร์โปร่ง

  • โทนเสียงอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ คือสิ่งที่ทำให้กีตาร์โปร่งเป็นที่รักของหลายๆคน ไม่ว่าจะเล่นคอร์ดง่าย ๆ หรือโซโล่เบา ๆ เสียงที่ออกมาก็มีความเป็น “อะคูสติก” ที่เข้าถึงคนฟังได้ง่าย
  • ใช้ได้กับหลายแนวเพลง เช่น ป๊อป โฟล์ก คันทรี่ หรือแม้แต่แจ๊สบางสไตล์ กีตาร์โปร่งก็ยังคงเข้ากับบรรยากาศได้ดี เป็นเหตุผลว่าทำไมตามร้านกาแฟหรือการแสดงสดเล็ก ๆ เรามักเห็นนักดนตรีเลือกใช้กีตาร์โปร่ง
  • ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเยอะ เพียงกีตาร์หนึ่งตัวก็เพียงพอที่จะสร้างบรรยากาศการร้องเพลงกับเพื่อนได้แล้ว

2.2 เสียงของกีตาร์ไฟฟ้า

  • เสียงคม ชัด และดุดันกว่า กีตาร์ไฟฟ้าไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเสียงธรรมชาติของไม้ แต่สามารถดัดแปลงเสียงผ่านแอมป์และเอฟเฟกต์ได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะอยากได้เสียงใส ๆ หรือเสียงแตกหนัก ๆ ก็ทำได้
  • มีพื้นที่ให้สร้างสรรค์ เพราะคุณสามารถใช้เอฟเฟกต์อย่าง Delay, Reverb, Chorus หรือ Distortion มาผสมผสานกันจนได้โทนเสียงเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร
  • เป็นพระเอกของหลายแนวเพลง โดยเฉพาะร็อก เมทัล บลูส์ หรือแจ๊สสมัยใหม่ ที่ต้องการโทนเสียงหลากหลายและพลังที่มากกว่า

3. การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน

3.1 กีตาร์โปร่ง

  • เหมาะกับการพกพาและเล่นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะไปแคมป์ปิ้ง เดินทางต่างจังหวัด หรือแค่หยิบมานั่งเล่นที่บ้าน กีตาร์โปร่งไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าและอุปกรณ์เสริม ทำให้เป็นเพื่อนคู่ใจในทุกสถานการณ์
  • ซ้อมง่ายและไม่ซับซ้อน เพียงหยิบมาดีดก็สามารถฝึกซ้อมได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นโดยไม่ต้องยุ่งกับปุ่มหรือสายไฟเยอะ ๆ
  • บางรุ่นมีปิ๊กอัพติดมา เรียกว่า Electro-acoustic guitar ซึ่งสามารถต่อเข้าลำโพงได้หากอยากเล่นบนเวทีใหญ่ ๆ ทำให้กีตาร์โปร่งตอบโจทย์ทั้งการเล่นส่วนตัวและการแสดงจริง

3.2 กีตาร์ไฟฟ้า

  • เหมาะกับคนที่อยากปรับแต่งเสียง เพราะกีตาร์ไฟฟ้าเปิดโอกาสให้คุณทดลองโทนเสียงไม่รู้จบ เป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณอยากค้นหาสไตล์ดนตรีของตัวเอง
  • ซ้อมเงียบได้ เพียงต่อหูฟังเข้ากับแอมป์หรือมัลติเอฟเฟกต์ คุณก็สามารถซ้อมได้โดยไม่รบกวนเพื่อนบ้าน ต่างจากกีตาร์โปร่งที่เสียงออกมาตามธรรมชาติ
  • เหมาะกับการเล่นในวงดนตรี เพราะกีตาร์ไฟฟ้ามีพลังเสียงที่สามารถกลมกลืนหรือเด่นชัดในวงได้ ขึ้นอยู่กับการปรับโทนเสียง

4. ข้อดีและข้อสังเกตของแต่ละแบบ

กีตาร์โปร่ง

ข้อดี

  • เล่นได้ทุกที่ ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม ทำให้สะดวกสำหรับคนที่อยากได้เครื่องดนตรีที่ “พร้อมใช้งาน”
  • มีหลายระดับราคา ตั้งแต่หลักพันสำหรับมือใหม่ ไปจนถึงหลักแสนสำหรับนักดนตรีมืออาชีพ

ข้อสังเกต

  • สายกีตาร์แข็งกว่ากีตาร์ไฟฟ้าเล็กน้อย มือใหม่อาจเจ็บนิ้วในช่วงแรก ต้องใช้เวลาในการปรับตัว
  • การปรับโทนเสียงมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับกีตาร์ไฟฟ้า ทำให้บางแนวเพลงไม่ค่อยเหมาะ

กีตาร์ไฟฟ้า

ข้อดี

  • เล่นง่ายกว่าที่คิด เพราะสายกีตาร์ไฟฟ้านิ่มและกดเบากว่า ทำให้มือใหม่ไม่เจ็บนิ้วมาก
  • เล่นเพลงได้เกือบทุกแนว โดยเฉพาะเพลงที่ต้องการพลังและเอฟเฟกต์

ข้อสังเกต

  • ต้องมีอุปกรณ์เสริม เช่น แอมป์หรือเอฟเฟกต์ ซึ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้น
  • พกพาลำบากกว่า เพราะไม่สามารถเล่นได้เต็มอารมณ์หากไม่มีอุปกรณ์ครบ

ทั้งกีตาร์โปร่งและกีตาร์ไฟฟ้าต่างก็มีเอกลักษณ์ในตัวเอง ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันทั้งหมด อยู่ที่ว่าคุณอยากได้ประสบการณ์แบบไหนมากกว่า ที่สำคัญคือการได้ลองของจริงก่อนซื้อ เพราะการสัมผัสและได้ยินเสียงด้วยตัวเองจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

Other interesting Music Facts

เช็ค 5 สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่กีตาร์ Martin ของคุณเริ่มมีปัญหาและต้องส่งช่างดูแล?

กีตาร์ Martin ที่เริ่มมีปัญหาจะส่งสัญญาณ 5 อย่าง คือ สายสูงขึ้นจนกดเจ็บนิ้ว · หน้าไม้โป่งหรือยุบ · สะพานสายเริ่มยกตัว · ปลายเฟร็ตคมบาดมือหรือมีเสียงบัซที่เพิ่งเกิด · และรอยแตกบนไม้

Read More »

ช่างต้องตรวจสอบและเซ็ตอัปอะไรบ้าง ก่อนส่งมอบกีตาร์โปร่งถึงมือคุณ?

ก่อนกีตาร์โปร่งหนึ่งตัวจะถึงมือผู้ซื้อ ช่างต้องตรวจและปรับตั้งอย่างน้อย 5 ขั้น ได้แก่ ตรวจรับและยืนยันว่าเป็นของแท้ตรงรุ่น ตรวจสภาพ ปรับคอและระยะสายให้เล่นได้จริง ตรวจระบบไฟฟ้าในรุ่นที่มีปิ๊กอัพ

Read More »

7 คำถามที่ควรถามพนักงานก่อนเลือกซื้อกีตาร์โปร่งตัวแรก

คนส่วนใหญ่เดินเข้าร้านกีตาร์ครั้งแรกแล้วถามคำถามเดียวกัน คือ “ซื้อตัวไหนดีนะ” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุด และนี้คือคำถามอีก 7 คำถามที่อาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น 

Read More »