กีตาร์ Martin ที่เริ่มมีปัญหาจะส่งสัญญาณ 5 อย่าง คือ สายสูงขึ้นจนกดเจ็บนิ้ว · หน้าไม้โป่งหรือยุบ · สะพานสายเริ่มยกตัว · ปลายเฟร็ตคมบาดมือหรือมีเสียงบัซที่เพิ่งเกิด · และรอยแตกบนไม้ สามอย่างแรกรอได้ไม่กี่สัปดาห์ ส่วนสะพานสายยกตัวกับรอยแตก ต้องหยุดเล่นและส่งช่างทันที เพราะยิ่งขึ้นสายไว้ยิ่งเสียหายเพิ่มทุกวัน
บทความนี้บอกวิธีเช็กเองด้วยตาและของใกล้ตัว ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ไม่ต้องถอดสาย และบอกตรง ๆ ว่าอาการไหนที่คุณจัดการเองได้ อาการไหนที่ห้ามแตะ
ทำไมกีตาร์ Martin ในไทยพังคนละแบบกับในอเมริกา
คู่มือดูแลกีตาร์ส่วนใหญ่ที่หาเจอในอินเทอร์เน็ตเขียนจากอเมริกาและยุโรป ซึ่งปัญหาหลักคือ อากาศแห้งเกินไป ไม้หด หน้าไม้ยุบ เฟร็ตคมยื่นออกข้างคอ
ประเทศไทยกลับด้าน อากาศบ้านเราชื้นเกือบทั้งปี ปัญหาที่เจอบ่อยกว่าคือ ไม้อมความชื้นจนบวม หน้าไม้โป่งขึ้น สายสูงขึ้นเอง กาวตามข้อต่อเริ่มอ่อน และมีกลิ่นอับหรือราในกล่อง และไบดิ้งตามขอบกีตาร์เริ่มหลุดออก
แต่คนไทยเจอ ทั้งสองแบบ เพราะเราย้ายกีตาร์เข้าออกห้องแอร์ทุกวัน ห้องแอร์ดึงความชื้นออกจนแห้งกว่านอกบ้านมาก กีตาร์ที่วางในห้องแอร์ตลอดคืนแล้วเอาออกมาเล่นกลางแจ้งตอนบ่าย เจอความชื้นสวิงวันละสองรอบ นั่นคือสาเหตุที่กีตาร์บางตัวมีทั้งอาการแห้งและอาการชื้นพร้อมกัน
Martin ระบุช่วงที่เหมาะสมไว้ที่ ความชื้นสัมพัทธ์ 55% และอุณหภูมิ 22–25°C และระบุด้วยว่าความเสียหายที่เกิดจากความชื้นไม่เหมาะสม ไม่อยู่ในการรับประกัน (ที่มา: เว็บไซต์ทางการ Martin Guitar) กรุงเทพฯ อยู่เหนือช่วงนั้นเกือบตลอดปี
- ช่วงความชื้นที่ฝ่ายบริการของ Music Collection แนะนำสำหรับบ้านในไทยโดยเฉพาะ แนะนำให้รักษาความชื้นให้อยู่ในระดับ 55%
- ลูกค้าต้องเก็บรักษากีตาร์ในกระเปากีตาร์ตลอดเวลา และมีอุปกรณ์ควบคลุมความชื้น ให้อยู่ในระดับ 55%
สัญญาณที่ 1 สายสูงขึ้นเอง กดคอร์ดแล้วเจ็บนิ้วกว่าเดิม
คุณจะรู้สึกก่อนที่จะมองเห็น กีตาร์ตัวเดิม สายเดิม แต่จู่ ๆ กดยากขึ้น เล่นบาร์คอร์ดแล้วล้า เล่นได้สั้นลงกว่าเมื่อก่อน
วิธีเช็ก จับสาย 6 (สายใหญ่สุด) กดที่เฟร็ต 1 และเฟร็ต 14 พร้อมกัน แล้วมองช่องว่างระหว่างสายกับเฟร็ตที่ 7 ถ้าช่องว่างกว้างกว่ากระดาษนามบัตรวางซ้อนสองใบ แสดงว่าคอโก่งเกิน อีกวิธีคือวัดระยะจากผิวเฟร็ต 12 ถึงใต้สาย 6 แล้วเทียบกับที่เคยจดไว้ตอนเพิ่งรับกีตาร์มา
สาเหตุที่พบบ่อยในไทย ไม้อมความชื้นแล้วขยาย ทำให้หน้าไม้ยกและคอขยับตาม อาการนี้มักมาเป็นฤดู ช่วงหน้าฝนสูงขึ้น หน้าหนาวลดลง
เร่งด่วนแค่ไหน ไม่ด่วน แต่อย่าปล่อยข้ามปี การปรับ truss rod และตั้งแอ็คชั่นเป็นงานปกติของช่าง ใช้เวลาไม่นาน
ห้ามทำเอง ขันก้าน truss rod เอง กีตาร์ Martin หลายรุ่นก้านตอบสนองไว ขันเกินคือเกลียวรูด และเป็นความเสียหายที่ประกันไม่คุ้ม
สัญญาณที่ 2 หน้าไม้โป่งขึ้นหรือยุบลง
วิธีเช็ก วางกีตาร์บนโต๊ะ ก้มมองจากด้านสะพานสายไล่สายตาไปทางคอ ในระดับสายตาเดียวกับหน้าไม้ หน้าไม้ที่ปกติจะโค้งนิด ๆ อย่างสม่ำเสมอ ถ้าเห็นเป็น “เนิน” นูนขึ้นหลังสะพานสาย หรือเห็นเป็น “แอ่ง” ยุบลงหน้าสะพานสาย
อีกวิธีคือวางไม้บรรทัดเหล็กพาดขวางหน้าไม้ แล้วดูว่ามีช่องแสงลอดตรงไหนผิดปกติไหม
สาเหตุ หน้าไม้โป่ง อาจจะเพราะชื้นเกิน หรือแรงดึงสายสะสมมานานจนไม้ล้า หน้าไม้ยุบ อาจจะเพราะแห้งเกิน
เร่งด่วนแค่ไหน ระยะปานกลาง ถ้าเพิ่งเริ่มและยังไม่มีรอยแตก ปรับความชื้นกลับมาให้ถูกต้องอาจคืนรูปได้เอง แต่ถ้าโป่งจนแอ็คชั่นสูงผิดปกติแล้ว ต้องให้ช่างประเมิน เพราะทางแก้อาจต้องแตะถึงโครงไม้ด้านใน
สิ่งที่ทำได้เองระหว่างรอ ลดแรงดึงสายลงครึ่งเสียง เก็บในกล่องปิด อย่าวางใกล้ช่องแอร์หรือหน้าต่างที่โดนแดด
สัญญาณที่ 3 สะพานสายเริ่มยกตัว
วิธีเช็ก เอากระดาษ A4 สอดเข้าไปตามขอบสะพานสายด้านที่หันเข้าหาคอ ถ้ากระดาษสอดเข้าไปได้ แปลว่ากาวเริ่มหลุด สะพานสายรับแรงดึงจากสายทั้งหกเส้นตลอดเวลา เมื่อกาวเริ่มอ่อน มันจะค่อย ๆ ถูกดึงหลุดขึ้นเรื่อย ๆ
ทำไมในประเทศไทยเจอบ่อย ความชื้นสูงต่อเนื่องทำให้กาวไม้อ่อนตัวลง เป็นกลไกเดียวกับที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ในบ้านเก่าเริ่มมีข้อต่อหลวม
ทำอะไรทันที คลายสายลงให้หมดแรงตึง แล้วส่งช่างเลย
ทำไมถึงห้ามรอ ถ้าสะพานสายหลุดออกมาจริง มันจะฉีกเนื้อไม้หน้ากีตาร์ติดขึ้นมาด้วย งานจากติดกาวใหม่ที่จบได้ในไม่กี่วัน จะกลายเป็นงานปะไม้หน้าซึ่งแพงกว่ากันมากและทิ้งร่องรอยถาวร
ห้ามทำเอง ห้ามใช้กาวร้อน กาวตราช้าง หรือกาวไม้ทั่วไปยัดเข้าไป ช่างต้องเปิดข้อต่อ ทำความสะอาดกาวเดิมออกให้หมด แล้วอัดใหม่ กาวผิดชนิดทำให้ซ่อมถูกวิธีทีหลังไม่ได้เลย
สัญญาณที่ 4 ปลายเฟร็ตคมบาดมือ หรือมีเสียงบัซที่เพิ่งเกิดขึ้น
วิธีเช็ก เลื่อนฝ่ามือขึ้นลงตามขอบคอเบา ๆ ถ้าสะดุดปลายเฟร็ตหรือรู้สึกคม แปลว่าไม้ฟิงเกอร์บอร์ดหดตัวจนเฟร็ตยื่นออกมา สำหรับเสียงบัซ ให้ไล่ดีดทีละเฟร็ตตั้งแต่เฟร็ต 1 ถึงเฟร็ตสุดท้าย ทีละสาย จดไว้ว่าบัซที่ตำแหน่งไหนบ้าง
สาเหตุ เฟร็ตคมเพราะอาจจะแห้งเกิน เกือบทั้งหมดมาจากห้องแอร์ ส่วนเสียงบัซ ถ้าบัซกระจายทั้งคอมักเป็นเรื่องแอ็คชั่นหรือคอ แต่ถ้าบัซเฉพาะจุด มักเป็นเฟร็ตสึกหรือเฟร็ตหลวมเฉพาะตัว
เร่งด่วนแค่ไหน ไม่ด่วน แต่บอกอะไรสำคัญ มันแปลว่ากีตาร์เคยอยู่ในที่แห้งจัดมาแล้ว ให้ตรวจสัญญาณที่ 5 ต่อทันที เพราะไม้ที่หดตัวจนเฟร็ตยื่น คือไม้ที่กำลังจะแตก
ข้อควรรู้ การ “ตะไบปลายเฟร็ต” แก้ที่ปลายเหตุ ถ้าไม่แก้เรื่องความชื้นด้วย อีกไม่นานก็กลับมา
สัญญาณที่ 5 รอยแตกบนไม้
วิธีเช็ก ส่องไฟฉายมือถือเข้าไปในโพรงกีตาร์ แล้วมองจากด้านนอกในห้องที่ไม่สว่างมาก รอยแตกจะเห็นเป็นเส้นแสงบาง ๆ จุดที่ต้องดูเป็นพิเศษคือ ด้านหลังสะพานสาย ข้างลำตัวใกล้กับที่วางแขน และรอยต่อตรงกลางแผ่นหลัง
แยกให้ออกจากรอยแตกของแลกเกอร์ กีตาร์ Martin หลายรุ่นใช้แลกเกอร์บาง ซึ่งเกิดรอยแตกลายงาเล็ก ๆ ได้เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนเร็ว ๆ เช่น หิ้วกีตาร์จากรถที่จอดกลางแดดเข้าห้องแอร์ นั่นคือรอยที่ผิวเคลือบ ไม่ใช่ที่เนื้อไม้ และมักไม่กระทบเสียง วิธีแยกคือลูบด้วยปลายนิ้ว รอยเคลือบจะรู้สึกเรียบ รอยไม้แตกจะสะดุด และมักส่องไฟทะลุได้
ทำอะไรทันที คลายสาย เก็บในกล่อง ส่งช่าง
พูดกันตรง ๆ เรื่องประกัน Martin ระบุบนเว็บไซต์ทางการว่าความเสียหายจากการเก็บในความชื้นที่ไม่เหมาะสมไม่อยู่ในความคุ้มครอง ดังนั้นอย่ารอให้รอยแตกยาวขึ้นเพราะคิดว่า “เดี๋ยวเคลมได้” รอยสั้น ๆ ที่ซ่อมทันคือคนละราคากับรอยที่ลามไปครึ่งลำตัว
โดยทาง Music Collection มีการรับประกันคลอบคลุมเฉพาะความบกพร่องที่เกิดจากการผลิตจากโรงงานเท่านั้น สิ่งไม่คลอบคลุมคือ อาการผิดปกติที่เกิดจากความชื้น และ เกิดจากการใช้งาน
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: กลิ่นอับในกล่องกีตาร์
กลิ่นอับในกล่องกีตาร์ หรือคราบจุดขาวบนซับในกล่อง คือรา และเป็นปัญหาของบ้านเราโดยเฉพาะ กล่องกีตาร์บุกำมะหยี่ เป็นเหมือนฟองน้ำอย่างดีสำหรับความชื้น กีตาร์ที่เก็บในกล่องปิดสนิทตลอดในห้องที่ไม่เปิดแอร์อาจเจอปัยหาเชื้อรา
วิธีแก้ไข เบื้องต้น เปิดกล่องผึ่งอาทิตย์ละครั้ง ถ้าเริ่มมีกลิ่น ให้จัดการที่กล่องก่อนหรือสามารถปรึกษาทีมงาน Music Collection และ Guitar Room ได้ทุกสาขา


