ถ้ากำลังเลือกกีตาร์ Martin สักตัว วิธีที่ได้คำตอบเร็วที่สุดคือหยิบหลายรุ่นมาเล่นเทียบกันในที่เดียว คลิปรีวิวช่วยให้รู้ว่าเสียงโดยรวมเป็นแบบไหน แต่ขนาดคอกับน้ำหนักตัวต้องจับเองถึงจะรู้
ทุกสาขามี Martin ชุดเดียวกัน ไปสาขาไหนก็เทียบได้ครบ
หลายคนสงสัยว่าต้องไปสาขาไหนถึงจะมี Martin ให้ลองเยอะ คำตอบคือสาขาไหนก็ได้ ทั้ง 14 สาขามีกีตาร์ Martin ซีรีส์เดียวกันวางให้ลอง ตั้งแต่ Little Martin ตัวเล็กสำหรับเด็กและคนเดินทาง ไปจนถึง Standard Series ที่ผลิตในเมือง Nazareth รัฐเพนซิลเวเนีย
ที่ต้องเช็กก่อนมีแค่รุ่นพรีออเดอร์และรุ่นลิมิเต็ดที่ผลิตจำนวนจำกัด ถ้าตั้งใจจะไปลองรุ่นแบบนี้ ให้โทรถามสาขาก่อนออกจากบ้าน
กีตาร์ Martin แต่ละซีรีส์ต่างกันอย่างไร
Martin แบ่งกีตาร์เป็นซีรีส์ แต่ละซีรีส์ต่างกันที่ไม้ โครงสร้าง ขนาดตัว และโรงงานที่ผลิต ตารางนี้เรียงจากตัวเล็กไปจนถึงรุ่นหลักของแบรนด์ ตามซีรีส์ที่มีในร้าน
| ซีรีส์ | จุดเด่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Little Martin | ตัวเล็ก สเกล 23 นิ้ว ใช้วัสดุ HPL | เด็ก มือใหม่ เหมาะสำหรับการพกพา |
| Junior Series | ตัวเล็กแต่สเกลเต็ม 24.9 นิ้ว ไม้แท้ | คนที่อยากได้ตัวเล็กแต่จับคอร์ดแบบกีตาร์ขนาดปกติ |
| X Series | ไม้หลังและข้างเป็น HPL ทนความชื้น มีภาคไฟฟ้าพร้อมจูนเนอร์ | กีตาร์ Martin ตัวแรก หรือตัวที่ใช้งานหนัก |
| Road Series | หน้าไม้แท้ มีภาคไฟฟ้า แบ่งเป็นสาย Retro และ Modern | คนที่ใช้ตัวเดียวตั้งแต่ที่บ้านจนถึงบนเวที |
| 15 Series | ไม้มะฮอกกานีแท้ทั้งตัว ผิวด้าน ผลิตที่ USA | คนเล่น fingerstyle บลูส์ โฟล์ก และคนแต่งเพลง |
| 16 และ 17 Series | 16 Series เป็นไม้แท้ทั้งตัว หน้าเงา มีหลายสี ผลิตที่USA | คนเล่นสดที่อยากได้ทั้งเสียงและเป็นซีรีส์เริ่มต้นที่ผลิตใน USA |
| Standard Series | ไม้แท้ทั้งตัว ผลิตที่ USA เช่นรุ่น D-18, D-28, HD-28 | คนที่อยากได้เสียง Martin แบบดั้งเดิม ผลิตจาก USA |
| Modern Deluxe Series | โครงสร้างแบบดั้งเดิม เพิ่มวัสดุใหม่อย่างไททาเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ | คนที่อยากได้เสียงแบบเก่าในกีตาร์ที่ปรับให้เล่นง่ายขึ้น |
| Authentic Series | สร้างใน Custom Shop จำลองกีตาร์ยุค 1930s | นักสะสม และคนที่อยากได้เสียงกีตาร์วินเทจในตัวใหม่ |
Little Martin
ตัวเล็กและพกง่าย ใช้บอดี้ทรง 0 ที่ย่อขนาดลง สเกล 23 นิ้ว สั้นกว่ากีตาร์ทั่วไป มือเล็กจับคอร์ดง่ายขึ้น บางรุ่นใช้หน้าไม้แท้กับหลังและข้าง HPL บางรุ่นใช้ HPL ทั้งตัว รุ่นที่คนรู้จักคือ LX1 และ LX1E ที่มีภาคไฟฟ้า
Junior Series
ตัวเล็กเหมือนกัน แต่สเกลยาว 24.9 นิ้วเท่ากับ Martin ขนาดปกติ ระยะเฟร็ตจึงเหมือนตัวใหญ่ทุกอย่าง ใครเล่นกีตาร์ขนาดปกติอยู่แล้วหยิบมาเล่นได้เลยโดยไม่ต้องปรับมือ ใช้ไม้แท้อย่างสปรูซและ ซาเปเล่ มีภาคไฟฟ้า Martin E1 พร้อมจูนเนอร์ในตัว รุ่นในซีรีส์นี้ เช่น D Jr E และ 000 Jr E
Martin ทำซีรีส์นี้ให้คนที่รู้สึกว่ากีตาร์ทรง Dreadnought ใหญ่เกินไป เช่น คนตัวเล็ก หรือคนที่เมื่อยไหล่เวลากอดกีตาร์ตัวใหญ่นาน ๆ
X Series
หลังและข้างของ X Series ทำจาก HPL (High Pressure Laminate) วัสดุอัดแรงดันสูงที่ทำลายเลียนแบบไม้อย่าง Brazilian Rosewood Martin ระบุว่า HPL ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของความชื้นและอุณหภูมิได้ดีกว่าไม้แท้ ข้อนี้สำคัญในไทย เพราะกีตาร์ต้องเจอทั้งอากาศชื้นข้างนอกและอากาศแห้งในห้องแอร์
ผลิตที่โรงงานของ Martin ในเมือง Navojoa ประเทศเม็กซิโก คอบางและขอบฟิงเกอร์บอร์ดลบมุม จับสบาย มีภาคไฟฟ้า Martin E1 พร้อมจูนเนอร์ในตัว ในร้านมีรุ่นอย่าง 0-X1 HPL
Road Series
ทุกรุ่นใช้หน้าไม้แท้ เป็น Spruce / Sapele แล้วแต่รุ่น โครงไม้ด้านในเป็นแบบ X-bracing ที่เหลาบางลง (scalloped) มีภาคไฟฟ้า Martin E1 หรือ L.R. Baggs เสียบเข้าแอมป์หรือมิกเซอร์ได้ทันที
Road Series แบ่งเป็นสองสาย สาย Retro หน้าตาแบบ Martin รุ่นเก่า ในร้านมีรุ่นอย่าง D-10E Retro และ 000-10E Retro ส่วนสาย Modern เน้นการเล่นบนเวที บางรุ่นมีเว้าคอให้เล่นโน้ตสูงได้ถนัด ใครกำลังหากีตาร์ตัวเดียวที่ใช้ได้ทั้งเล่นที่บ้าน ซ้อมวง อัดเสียง และขึ้นเวที ควรลองซีรีส์นี้
15 Series
ใช้ไม้มะฮอกกานีแท้ทั้งหน้า หลัง และข้าง ผิวด้าน ผลิตจาก USA เสียงอุ่น เน้นย่านกลาง และตอบสนองต่อน้ำหนักมือตรงกว่ากีตาร์หน้าสปรูซ
เหมาะกับคนเล่น fingerstyle บลูส์ โฟล์ก และคนที่แต่งเพลงหรืออัดเสียงที่บ้าน รุ่นที่คนรู้จักคือ 000-15M และ 00-15M
16 และ 17 Series
Series นี้ ผลิตจากไม้แท้ทั้งตัว ไม้หน้าสปรูซเคลือบเงา หลังและข้างเป็นมะฮอกกานีหรือโรสวูดแล้วแต่รุ่น มีภาคไฟฟ้า L.R. Baggs Element และมีสีให้เลือกหลายสี เช่น Black Smoke และ Cherry Cola ผลิตที่ USA
Standard Series
ซีรีส์หลักของ Martin ไม้แท้ทั้งตัว ไม้หน้า Sitka Spruce ส่วนไม้หลังและข้างเป็นไม้โรสวูดหรือมะฮอกกานี ผลิตด้วยมือที่ Nazareth รุ่นในซีรีส์นี้คือชื่อที่คนเล่นกีตาร์โปร่งคุ้นหู อย่าง D-18, D-28, HD-28 และ 000-28
ในซีรีส์นี้ รุ่น 18 ใช้มะฮอกกานี ให้เสียงกลางและเบสที่ชัด รุ่น 28 ใช้โรสวูด ให้เบสลึกและเสียงก้องยาวกว่า ถ้ายังไม่รู้ว่าชอบแบบไหน ลองเล่น D-18 กับ D-28 ต่อกันในวันเดียว
Modern Deluxe Series
โครงสร้างแบบ Martin ดั้งเดิม เช่น คอต่อแบบ dovetail แต่เพิ่มวัสดุใหม่เข้าไปหลายจุด ทั้งแผ่นรองสะพานสายคาร์บอนไฟเบอร์ ก้านปรับคอไททาเนียม หมุดสะพานสาย Liquidmetal และเฟร็ตสีทอง ไม้หน้าผ่านกระบวนการ VTS (Vintage Tone System) ที่ใช้ความร้อนบ่มไม้ให้เสียงใกล้กีตาร์เก่า รุ่นที่คนรู้จักคือ D-28 Modern Deluxe
Authentic Series
สร้างใน Custom Shop ของ Martin จำลองกีตาร์ยุค 1930s ให้ใกล้ของจริงที่สุด ประกอบด้วยกาวหนังสัตว์ (hide glue) แบบสมัยก่อน และบ่มไม้ด้วย VTS ตัวอย่างคือ D-28 Authentic 1937
ซีรีส์อื่นที่ผลิตในอเมริกา อย่าง Vintage, Golden Era, Marquis และรุ่น Custom อ่านเพิ่มได้ในบทความ ส่อง Timeline กีตาร์ Martin ไลน์ผลิต USA
เทียบ Martin หลายรุ่นในครั้งเดียว ลองแบบนี้
เลือกทรงบอดี้เดียวกันก่อน แล้วค่อยเทียบข้ามซีรีส์ เช่น หยิบทรง 000 ของ Road Series, 15 Series และ Standard Series มาเล่นต่อกัน เมื่อทรงตัวเท่ากัน เสียงที่ต่างกันจะมาจากไม้และโครงสร้างจริง ๆ
เล่นเพลงเดิมทุกตัว ใช้เพลงที่เล่นประจำ ทั้งตีคอร์ดและเกาสาย จะได้ฟังเทียบกันง่าย
ลองทั้งนั่งและยืน ตัวที่นั่งเล่นสบายอาจหนักไหล่เมื่อสะพายสาย
ถ้าจะใช้ขึ้นเวที ขอพนักงานเสียบแอมป์ให้ลองด้วย รุ่นที่มีตัว E ในชื่อ เช่น D-10E หรือ 000-10E คือรุ่นที่มีภาคไฟฟ้า
ซื้อที่สาขาไหน ได้บริการเท่ากันทุกสาขา
กีตาร์ Martin ทุกตัวที่ซื้อกับ Music Collection และ Guitar Room ได้รับการตรวจเช็กและเซ็ตอัพก่อนส่งมอบฟรี ลูกค้ารอรับได้เลย หลังจากนั้นนำกีตาร์มาตรวจเช็กได้ฟรีตลอดอายุการใช้งาน (ไม่รวมค่าเปลี่ยนสาย)
กีตาร์มีการรับประกัน 6 เดือน ครอบคลุมความบกพร่องจากการผลิตจากโรงงาน รวมถึงภาคไฟฟ้า เคลมได้ทุกสาขา ไม่ต้องส่งกลับต่างประเทศ การรับประกันไม่ครอบคลุมอาการจากความชื้นและการใช้งาน เช่น หน้าไม้บวม คอโก่ง สะพานสายยกตัว หรือไบดิ้งหลุด
คลังสินค้าและหน้าร้านควบคุมความชื้นตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อซื้อกลับบ้านแล้ว ควรเก็บกีตาร์ในเคสพร้อมซองควบคุมความชื้นและเครื่องวัดความชื้น ความชื้นที่แนะนำสำหรับกีตาร์คือ 55% RH
ไปลองที่สาขาที่สะดวก
ไม่ว่าจะเริ่มจาก Little Martin หรืออยากฟังเสียง D-28 ของจริง ไปที่สาขา Music Collection หรือ Guitar Room ที่ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงานได้เลย ดูที่ตั้งและเวลาเปิดของทั้ง 14 สาขาได้ที่หน้า เช็คสาขาใกล้บ้าน


