เราจะรู้ได้ยังไงว่ากีตาร์ Martin และ Taylor ที่ซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่เชื่อถือได้ | Music Collection และ Guitar Room

เช็ก 5 ข้อนี้ก่อนจ่ายเงิน

# สิ่งที่ต้องเช็ก ทำยังไง ถ้าไม่ผ่าน แปลว่าอะไร
1 ชื่อร้านอยู่ในรายชื่อตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์ เปิดเว็บไซต์ martinguitar.com และ taylorguitars.com หาหน้ารายชื่อตัวแทนจำหน่าย แล้วเลือกประเทศไทย ร้านอาจซื้อของมาขายต่ออีกทอด ไม่ได้รับสินค้าตรงจากแบรนด์
2 ใบเสร็จออกในนามร้าน ขอใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีที่มีชื่อนิติบุคคล ไม่ใช่สลิปโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ไม่มีหลักฐานว่าซื้อจากใคร ใช้เคลมไม่ได้
3 ใบรับประกันที่ร้านกรอกให้ ดูว่ามีวันที่ซื้อ รุ่น เลขซีเรียล และตราร้าน ครบไหม การรับประกันอาจไม่เริ่มนับ หรือเริ่มนับจากวันที่ร้านนำเข้า ไม่ใช่วันที่คุณซื้อ
4 เลขซีเรียลบนตัวกีตาร์ตรงกับเอกสาร มองเข้าไปในช่องเสียง บริเวณบล็อกคอ จะเห็นเลขซีเรียล ถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วเทียบกับใบรับประกัน เอกสารกับตัวกีตาร์เป็นคนละตัว
5 ร้านมีช่างและรับเคลมได้เอง ถามตรง ๆ ว่า “ถ้าคอโก่งในหนึ่งปี ส่งซ่อมที่ไหน ใครจ่าย” ร้านจะโยนให้คุณติดต่อต่างประเทศเอง

 

คำถามข้อ 5 เป็นข้อที่แยกร้านได้ดีที่สุด เพราะร้านที่ไม่ใช่ตัวแทนจำหน่ายจะตอบไม่ได้ว่าใครรับผิดชอบ

ทำไมต้องซื้อ +กีตาร์ Martin และกีตาร์  Taylor จากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ไม่ใช่เรื่องของแท้อย่างเดียว ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้สิทธิ์ 5 อย่างที่ร้านทั่วไปไม่ได้

  • ได้ของแท้และมีครบทุกรุ่น สินค้ามาจากแบรนด์โดยตรง ไม่ได้ซื้อต่อมาอีกทอด และมีรุ่นในไลน์ให้เลือกครบ ไม่ใช่เฉพาะรุ่นที่ขายง่าย
  • ได้รุ่น Limited Edition มากกว่าร้านอื่น รุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัด จะถูกนำเข้าผ่านตัวแทนจำหน่ายก่อน
  • ได้สินค้าก่อนร้านอื่น รุ่นใหม่ของแต่ละปีมาถึงตัวแทนจำหน่ายก่อน
  • มีการรับประกันที่ใช้ได้จริงในไทย เคลมกับร้านที่ซื้อได้เลย ไม่ต้องติดต่อต่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนดขอบเขตการรับประกัน
  • ซ่อมโดยช่างที่ผ่านการรับรอง  งานปรับตั้งและงานซ่อมโครงสร้างของกีตาร์โปร่ง Martin และ Taylor ทำโดยช่างที่แบรนด์รับรอง ใช้อะไหล่และวิธีตามมาตรฐานของแบรนด์

 

เรื่องการรับประกันที่คนซื้อมักเข้าใจผิด 

คนจำนวนมากคิดว่าการรับประกันติดมากับตัวกีตาร์ ตัวอย่าง เช่น กีตาร์ Taylor เอกสารการรับประกันของ Taylor ระบุว่าการรับประกันของสหรัฐฯ ไม่ครอบคลุมกีตาร์ที่ซื้อนอกสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แปลว่ากีตาร์ที่หิ้วเข้ามาเอง หรือสั่งจากเว็บต่างประเทศ ต้องไปเคลมที่ประเทศที่ซื้อ ไม่สามารถเดินเข้าร้านในไทยแล้วขอเคลมได้ อนึ่งการทีลูกค้าซื้อจากต่างประเทศและหิ้วเข้ามาไทยเอง หรือ ซื้อกับร้านที่หิ้วเข้ามาขาย โดยไม่ผ่านพิธีการจ่ายภาษีนำเข้าให้ถูกต้องตามกฏหมายนั้น จึงไม่อยู่ในเกณฑ์การให้บริการของร้าน

ส่วนต่างราคาที่ประหยัดได้ตอนซื้อ ต้องแลกมากับสินค้าที่ไม่รับการบริการหลังการขายจากตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

  • เงื่อนไขและระยะเวลาการรับประกันของ Martin และ Taylor สำหรับประเทศไทย · 
  • สิ่งที่ครอบคลุมและไม่ครอบคลุม โปรดสอบถามรายละเอียดกับผู้จัดการร้านที่ท่านใช้บริการ
  • ขั้นตอนการเคลม ลูกค้าสามารถแจ้งปัญหา ได้ที่กีตาร์รูม และ มิวสิคคอลเลคชั่นได้ทุกสาขา

ซื้อในศูนย์ นอกศูนย์ หิ้วเอง และมือสอง ต่างกันตรงไหน

ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ร้านทั่วไป / นอกศูนย์ หิ้วจากต่างประเทศ มือสอง
ยืนยันที่มาของตัวกีตาร์ได้ ได้ จากเอกสารและเลขซีเรียล ขึ้นอยู่กับร้าน ได้ แต่เป็นเอกสารของประเทศต้นทาง ส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารเดิม
เคลมประกันในไทย ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้
มีช่างรับผิดชอบ มี แล้วแต่ร้าน ไม่มี ไม่มี
ปรับตั้งก่อนส่งมอบ มี แล้วแต่ร้าน ไม่มี ไม่มี
เข้าถึงรุ่น Limited Edition ได้ จำกัด แล้วแต่โอกาส แล้วแต่ของที่ปล่อย

มือสองไม่ใช่ทางเลือกที่ไม่ดี แต่ต้องรู้ว่ากำลังซื้ออะไรอยู่ คุณได้ราคาถูกลง แลกกับการไม่มีใครรับผิดชอบเมื่อมีปัญหา

อีกเรื่องที่ช่วยตัดตัวเลือกได้เร็ว คือ กีตาร์ Taylor ผลิตกีตาร์ที่ El Cajon รัฐแคลิฟอร์เนีย และที่ Tecate ประเทศเม็กซิโก เท่านั้น ไม่มีโรงงานในเอเชีย ถ้าเจอข้อมูลที่บอกว่าเป็นของผลิตในเอเชีย ให้ตีเก๋ไว้ก่อน หรือ พูดง่าย ของปลอม 

 

ซื้อในไทย มีเรื่องความชื้นให้ดูเพิ่ม

กีตาร์โปร่ง Martin และกีตาร์โปร่ง Taylor ใช้ไม้แท้ทั้งตัว ไม้ขยายและหดตามความชื้น ประเทศไทยมีความชื้นสูงเกือบทั้งปี แล้วห้องแอร์หรือการที่จอกรถที่ไว้กลางแดดก็ทำให้ความชื้นเหวี่ยงแรงในแต่ละวัน

นี่คือเหตุผลที่ควรดูด้วยว่าร้านเก็บกีตาร์ไว้ในสภาพแบบไหน ไม่ใช่แค่ขายราคาเท่าไร กีตาร์ที่ถูกเก็บในห้องควบคุมความชื้น กับกีตาร์ที่แขวนอยู่หน้าร้านติดกระจกมาหกเดือน เป็นสินค้าคนละสภาพ แม้จะเป็นรุ่นเดียวกัน

  • ช่วงความชื้นที่แนะนำสำหรับสภาพอากาศไทย 55%
  • วิธีเก็บสต็อกที่หน้าร้านและคลัง
    ควบคุมความชื้นให้อยู่ประมาณ 55% RH คลังสินค้าของมิวสิคคอลเลคชั่่นก็อยู่ในห้องควบคุมความชื้นที่กำหนด และ ในร้านเองก็มีเครื่องควบคุมความชื้นทำงานตลอด 24 ชั่วโมง จึงมั่นใจได้ว่า สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ความร้อน 
  • เก็บกีตาร์ใน เคสหรือพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสม  พร้อมอุปกรณ์ควบคุมความชื้น ซึ่งทางมิวสิคคอลเลคชั่นมีสินค้านี้จำหน่าย
  • ใช้เครื่องวัดความชื้นตรวจสอบทั้ง หน้าร้านและคลังสินค้า
  • ตรวจเช็กสภาพกีตาร์และความชื้นเป็นระยะ โดยเฉพาะก่อนส่งมอบให้ลูกค้า
  • รายการที่ช่างตรวจก่อนส่งมอบกีตาร์ให้ลูกค้า
    • ตรวจสภาพตัวกีตาร์และงาน Finish
    • ตรวจคอ ความตรง และ Action
    • ตรวจเฟรตและการตั้งสาย
    • ตรวจ Intonation และเสียงทุกย่าน
    • ตรวจระบบไฟฟ้า/ปิ๊กอัพ
    • ตรวจ Hardware และลูกบิด
    • ทำความสะอาดและตั้งค่าให้พร้อมเล่นก่อนส่งมอบ

ซื้อกีตาร์ Martin และ Taylor ที่ Music Collection

Music Collection และ Guitar Room เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของทั้ง กีตาร์ Martin และ กีตาร์ Taylor ในประเทศไทย ชื่อร้านตรวจสอบได้จากรายชื่อตัวแทนจำหน่ายบนเว็บไซต์ของแบรนด์เอง

ทุกตัวที่ออกจากร้านมาพร้อมใบเสร็จในนามบริษัท ใบรับประกันที่ระบุเลขซีเรียลของกีตาร์ตัวนั้น และการปรับตั้งก่อนส่งมอบ เมื่อมีปัญหา ติดต่อกลับมาที่ร้านได้โดยตรง

  • ปีที่เริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายของ Martin 2003
  • ปีที่เริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายของ Taylor 2003
  • จำนวนสาขาและที่ตั้ง Music Collection มี 14 สาขาทั่วประเทศไทย

Music Facts อื่นๆที่น่าสนใจ

เช็ค 5 สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่กีตาร์ Martin ของคุณเริ่มมีปัญหาและต้องส่งช่างดูแล?

กีตาร์ Martin ที่เริ่มมีปัญหาจะส่งสัญญาณ 5 อย่าง คือ สายสูงขึ้นจนกดเจ็บนิ้ว · หน้าไม้โป่งหรือยุบ · สะพานสายเริ่มยกตัว · ปลายเฟร็ตคมบาดมือหรือมีเสียงบัซที่เพิ่งเกิด · และรอยแตกบนไม้

อ่านต่อ »

ช่างต้องตรวจสอบและเซ็ตอัปอะไรบ้าง ก่อนส่งมอบกีตาร์โปร่งถึงมือคุณ?

ก่อนกีตาร์โปร่งหนึ่งตัวจะถึงมือผู้ซื้อ ช่างต้องตรวจและปรับตั้งอย่างน้อย 5 ขั้น ได้แก่ ตรวจรับและยืนยันว่าเป็นของแท้ตรงรุ่น ตรวจสภาพ ปรับคอและระยะสายให้เล่นได้จริง ตรวจระบบไฟฟ้าในรุ่นที่มีปิ๊กอัพ

อ่านต่อ »

7 คำถามที่ควรถามพนักงานก่อนเลือกซื้อกีตาร์โปร่งตัวแรก

คนส่วนใหญ่เดินเข้าร้านกีตาร์ครั้งแรกแล้วถามคำถามเดียวกัน คือ “ซื้อตัวไหนดีนะ” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุด และนี้คือคำถามอีก 7 คำถามที่อาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น 

อ่านต่อ »