กีตาร์มีกี่ประเภท? คู่มือฉบับสมบูรณ์: ทำความรู้จัก กีตาร์โปร่ง และ กีตาร์ไฟฟ้า ก่อนตัดสินใจซื้อ

กีตาร์จัดเป็นเครื่องสายประเภทดีด (Composite chordophone) ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายที่สุดในโลก สำหรับมือใหม่ การเลือกกีตาร์ตัวแรกมักเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญและน่าตื่นเต้น แต่ก็เต็มไปด้วยความสับสน เพราะกีตาร์ไม่ได้มีแค่สองแบบ แต่มีความหลากหลายทั้งเรื่องโครงสร้าง, วัสดุ, และวิธีการทำงาน

บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณมาทำความรู้จักกับประเภทของกีตาร์ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นแบบคลาสสิกไปจนถึง กีตาร์ไฟฟ้า สมัยใหม่ โดยเน้นการเปรียบเทียบระหว่าง กีตาร์โปร่ง และ กีตาร์ไฟฟ้า เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกเครื่องดนตรีคู่ใจได้อย่างมั่นใจตามสไตล์ดนตรีที่คุณต้องการ

กีตาร์ประเภทอะคูสติก (Acoustic Guitars): เสียงที่ขยายด้วยโพรงกำทอน

กีตาร์อะคูสติกคือประเภทของกีตาร์ที่ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้า อาศัยหลักการกำทอน (Resonance) โดยเสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของสายที่ขยายผ่านโพรงเสียงภายในลำตัวกีตาร์

Nashville classic guitar : MODEL CG-01

 

กีตาร์คลาสสิก (Classical/Nylon-String Guitar)

  • ลักษณะเด่น: เป็นต้นแบบของกีตาร์ในยุคปัจจุบัน ใช้สายไนลอน (Nylon String) ซึ่งให้เสียงที่ไพเราะ นุ่มนวล และมีความนุ่มมือในการเล่นสูง
  • โครงสร้าง: มีคอหรือฟิงเกอร์บอร์ดที่กว้างกว่า กีตาร์โปร่ง ทั่วไป และมีลักษณะแบนราบ (ประมาณ 2 นิ้ว) ลูกบิดมักเป็นพลาสติกหรือแกนหมุนพลาสติก
  • ความเหมาะสม: นิยมใช้เล่นเพลงบรรเลงแบบ Fingerstyle, ดนตรีคลาสสิก, Flamenco (ซึ่งมีการพัฒนาแยกออกไปโดยมีลำตัวบางกว่าและมีปิ๊กการ์ด) และ Bossa Nova

ตัวอย่างรุ่นแนะนำ: Nashville Classic Guitar (CG-01 และ CG-02)

กีตาร์คลาสสิก รุ่น CG-01 และ CG-02 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับมือใหม่จนถึงมือเก่า โดยเฉพาะรุ่น CG-02 ที่ใช้ ไม้หน้าเป็น Solid Cedar ซึ่งให้โทนเสียงที่เปิดกว้างและมีมิติมากกว่า

รุ่น วัสดุหน้าไม้ (TOP) วัสดุลำตัว (BACK & SIDE) ลักษณะเด่น ราคาพิเศษ (บาท)
MODEL CG-01 LAMINATE CEDAR SAPPELE BODY เคลือบ SATIN ให้สัมผัส Texture ของเนื้อไม้ มีเหล็กขันคอ (Truss Rod) มาพร้อมกระเป๋า (GIG BAG) 3,920
MODEL CG-02 SOLID CEDAR ROSEWOOD บอดี้เคลือบเงา (Gloss) ให้ความรู้สึกพรีเมียม คอกีตาร์มีไม้สกังเสริม มีเหล็กขันคอ ลูกบิดสีทองได้มาตรฐาน แถมมาพร้อมกระเป๋า (Gig Bag) 6,300

กีตาร์อะคูสติกเฉพาะทาง

    • Resonator Guitars (Dobro): ลำตัวอาจทำจากโลหะ แต่ใช้กรวยอลูมิเนียมภายในเพื่อขยายเสียง ทำให้เสียงดังมาก มักใช้ในดนตรี Blues ที่ใช้สไลด์กีตาร์
  • Unique Dobro Guitar: รุ่นใหม่ ๆ ถูกพัฒนาให้มีเอกลักษณ์จัดจ้านยิ่งขึ้น เช่น รุ่นที่มีบอดี้ทำมาจากวัสดุ Aluminum Magnesium Alloy ทำให้ได้ซาวด์ที่มีความ Unique สามารถตอบสนองการ Strumming และ Picking ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้หน้าตาจะไม่เหมือนกีตาร์ทั่วไป แต่เล่นง่ายกว่าที่คิด ไม่ต่างจากกีตาร์โปร่งปกติเลย ทำให้ได้เสน่ห์ของ Resonator Guitar ที่เข้ากันกับดนตรีทุกสไตล์

คลิปรีวิว –> https://www.youtube.com/watch?v=dWeOtV55A_A 

โดยเนื้อหาจะพูดถึงโทนเสียงที่มีเอกลักษณ์ให้ความรู้สึก อบอุ่น ไม่แข็งกระด้าง ซึ่งแตกต่างจากกีตาร์ Dobro ทั่วไปที่มักมีเสียงแหลมพุ่ง นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นด้านสัมผัสการเล่นที่ลื่นไหล (Smooth) และง่ายต่อการควบคุม ทั้งสำหรับการเล่นสไลด์และฟิงเกอร์สไตล์ รูปลักษณ์ภายนอกมีให้เลือก 3 สไตล์ โดยเน้นดีไซน์แบบวินเทจ ซึ่งตอบโจทย์ผู้เล่นที่ชื่นชอบความคลาสสิก

กีตาร์ประเภทไฟฟ้า (Electric Guitars): เสียงจากนวัตกรรมและวงจรไฟฟ้า

กีตาร์ไฟฟ้าต้องอาศัยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการสร้างเสียง โดยการสั่นสะเทือนของสายจะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าด้วยปิ๊กอัพ และส่งต่อไปยังแอมพลิฟายเออร์เพื่อขยายและปรับแต่งโทนเสียง

กีตาร์ไฟฟ้า ลำตัวตัน (Solid Body Electric Guitar)

  • ลักษณะเด่น: ลำตัวทำจากไม้ทึบ (Solid Body) จึงไม่สามารถสร้างเสียงที่ดังได้หากไม่ต่อแอมป์ หัวใจหลักคือปิ๊กอัพ (Pickups) ซึ่งมีทั้งแบบ Single-Coil (เสียงใส) และ Humbucker (เสียงหนา มีกำลังขับสูง)
  • ความยืดหยุ่นทางเสียง: สามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างอิสระด้วยการใช้เอฟเฟกต์ (เช่น Distortion, Overdrive, Flanger) และแอมป์ประเภทต่าง ๆ
  • ความเหมาะสม: เป็นหัวใจหลักของดนตรี Rock, Metal, Blues, Jazz, และ Pop ที่เล่นในรูปแบบวงดนตรี


PRS SE SPECIAL SEMI-HOLLOW-ORANGE TIGER SMOKEBURST

กีตาร์ Semi-Hollow / Hollow Body (กึ่งโปร่ง/โปร่งไฟฟ้า)

  • ลักษณะเด่น: มีโพรงเสียงภายในลำตัว ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อลดเสียงรบกวน (Feedback) ที่มักเกิดเมื่อขยายเสียงลำตัวโปร่ง Semi-Hollow มักมีแกนไม้ตรงกลางเพื่อให้โทนเสียงที่สะอาดและ Sustain ที่ยาวนาน
  • ความเหมาะสม: ให้โทนเสียงที่อุ่นและนุ่มนวล มีความเป็น Acoustic ผสมอยู่ มักใช้ในดนตรี Jazz หรือ Blues

FLIGHT MINI JB BASS PURPLE 

กีตาร์ Bass Guitar (เบสไฟฟ้า)

  • ลักษณะเด่น: ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างย่านความถี่ต่ำสุด (Bass Frequency) โดยปกติมี 4 สาย (แต่มี 5 หรือ 6 สายเช่นกัน) แม้จะมีชื่อเป็นกีตาร์ แต่มีบทบาททางดนตรีที่แตกต่างออกไป คือการเป็นรากฐานของจังหวะและทำนอง (Rhythm and Harmony Foundation)
  • ความเหมาะสม: เบสไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นในทุกแนวเพลงสมัยใหม่ ตั้งแต่ร็อก เฮฟวี่เมทัล แจ๊ส จนถึงป๊อป

 

ตัวอย่างรุ่นแนะนำ: FLIGHT MINI JB BASS เป็นเบสไฟฟ้าขนาดเล็ก (Mini-scale) ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่มีพื้นที่จำกัด หรือนักดนตรีที่ชอบพกพาไปเล่นในที่ต่าง ๆ โดยยังคงรักษาโทนเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของเบสทรง Jazz Bass (JB) ไว้ได้ดี


คลิปรีวิว –> https://www.facebook.com/watch/?v=824986763847884 

คุณสมบัติ รายละเอียดเฉพาะรุ่น
การออกแบบ ตัวเล็กพกพาง่าย คงความคลาสสิกและสไตล์ในแบบ Jazz Bass (JB)
ขนาด (Scale) 23 นิ้ว (584 มม.) สเกลขนาด Mini ทำให้ลำตัวเบสบางและน้ำหนักเบา
วัสดุหลัก ตัวกีตาร์: ไม้ Roasted Poplar / คอและฟิงเกอร์บอร์ด: ไม้ Roasted Maple
ปิ๊กอัพ Alnico 5 J-Style Single Coil 2 ตัว (ให้โทนเสียง Jazz Bass ที่คลาสสิก)
การควบคุม Volume 2 ตัว, Tone 1 ตัว
ราคา (พิเศษ) 9,800 บาท (จากราคาปกติ 14,000 บาท)

 

ข้อแตกต่างสำคัญ: กีตาร์โปร่ง vs. กีตาร์ไฟฟ้า สำหรับการตัดสินใจซื้อครั้งแรก

การตัดสินใจเลือกระหว่าง กีตาร์โปร่ง กับ กีตาร์ไฟฟ้า ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งการฝึกฝน งบประมาณ และเป้าหมายทางดนตรีของคุณ

Playability (ความง่ายในการเล่น) และความสบายมือ

ปัจจัยเปรียบเทียบ กีตาร์โปร่ง (Steel-String) กีตาร์ไฟฟ้า (Solid Body)
ความตึงสาย สูงกว่า (เจ็บนิ้วมากกว่าในช่วงแรก) อ่อนกว่า (เล่นง่ายกว่า)
คอและเฟรต คอกว้างและหนากว่า คอแคบและบางกว่า
คำแนะนำ ช่วยสร้างความแข็งแรงของนิ้วได้ดี เป็นทางเลือกที่สบายกว่าสำหรับผู้เริ่มต้น

 

ต้นทุนเริ่มต้น และความจำเป็นของอุปกรณ์เสริม

  • ต้นทุนเริ่มต้นของ กีตาร์โปร่ง: ต่ำกว่าเพราะเป็นเครื่องดนตรีที่สมบูรณ์ในตัวเอง มีแค่สายกีตาร์และจูนเนอร์ก็เล่นได้ทันที
  • ต้นทุนเริ่มต้นของ กีตาร์ไฟฟ้า: สูงกว่า เพราะต้องลงทุนซื้อ กีตาร์ไฟฟ้า (ลำตัวตัน) + แอมพลิฟายเออร์ + สายแจ็ค

การเลือกตามสไตล์ดนตรีและสภาพแวดล้อม

  • เลือก กีตาร์โปร่ง: หากคุณชอบการร้องเพลง ตีคอร์ดรอบกองไฟ การพกพาง่าย และให้เสียงที่สมบูรณ์โดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก
  • เลือก กีตาร์ไฟฟ้า: หากคุณหลงใหลในเสียงแตก (Distortion), ต้องการ Solo ที่หวือหวา, หรือตั้งใจจะเล่นในรูปแบบวงดนตรีที่หลากหลายแนวเพลง

ไม่มีกีตาร์ประเภทใดที่ดีที่สุดในโลก มีแต่กีตาร์ที่ เหมาะสมที่สุด สำหรับแต่ละบุคคล การเลือกกีตาร์ตัวแรกควรพิจารณาจากแนวเพลงที่คุณรักและสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนเป็นหลัก การทำความรู้จักความแตกต่างระหว่าง กีตาร์โปร่ง และ กีตาร์ไฟฟ้า จะช่วยให้คุณลงทุนได้อย่างถูกต้องและเริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักดนตรีได้อย่างราบรื่น

 

ข้อมูลอ้างอิง

Music Facts อื่นๆที่น่าสนใจ

เช็ค 5 สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่กีตาร์ Martin ของคุณเริ่มมีปัญหาและต้องส่งช่างดูแล?

กีตาร์ Martin ที่เริ่มมีปัญหาจะส่งสัญญาณ 5 อย่าง คือ สายสูงขึ้นจนกดเจ็บนิ้ว · หน้าไม้โป่งหรือยุบ · สะพานสายเริ่มยกตัว · ปลายเฟร็ตคมบาดมือหรือมีเสียงบัซที่เพิ่งเกิด · และรอยแตกบนไม้

อ่านต่อ »

ช่างต้องตรวจสอบและเซ็ตอัปอะไรบ้าง ก่อนส่งมอบกีตาร์โปร่งถึงมือคุณ?

ก่อนกีตาร์โปร่งหนึ่งตัวจะถึงมือผู้ซื้อ ช่างต้องตรวจและปรับตั้งอย่างน้อย 5 ขั้น ได้แก่ ตรวจรับและยืนยันว่าเป็นของแท้ตรงรุ่น ตรวจสภาพ ปรับคอและระยะสายให้เล่นได้จริง ตรวจระบบไฟฟ้าในรุ่นที่มีปิ๊กอัพ

อ่านต่อ »

7 คำถามที่ควรถามพนักงานก่อนเลือกซื้อกีตาร์โปร่งตัวแรก

คนส่วนใหญ่เดินเข้าร้านกีตาร์ครั้งแรกแล้วถามคำถามเดียวกัน คือ “ซื้อตัวไหนดีนะ” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุด และนี้คือคำถามอีก 7 คำถามที่อาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น 

อ่านต่อ »